จับความเร็วบนทางด่วน

กองบังคับการตำรวจจราจร เตรียมตรวจจับความเร็วบนทางด่วน หลังการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ติดตั้งกล้องตรวจจับความเร็วเรียบร้อยแล้ว วอนผู้ใช้ถนนอย่าขับรถเร็วกว่าที่กฎหมายกำหนด เพราะอาจถูกปรับถึงบ้าน

หลังจากที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย หรือ กทพ. ได้มีโครงการติดตั้งกล้องตรวจจับความเร็วบนทางด่วนขั้นที่ 1 และทางด่วนขั้นที่ 2 โดยได้ติดตั้งเสร็จเรียบร้อยตั้งแต่ต้นปี 2556 และทำการทดสอบระบบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา พลตำรวจตรีวรศักดิ์ นพสิทธิพร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งรับผิดชอบงานจราจร ได้สั่งการให้ตำรวจ สน.ทางด่วน 1 และ สน.ทางด่วน 2 เริ่มดำเนินคดีกับผู้ที่ขับขี่รถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จากกล้องตรวจจับความเร็วที่การทางพิเศษฯ ได้ทำการติดตั้งไว้ตามจุดต่างๆ
กล้องรุ่นใหม่นี้ เป็นกล้องที่มีประสิทธิภาพสูง และสามารถตรวจจับได้ทั้งเวลากลางวันและกลางคืน รวมทั้งยังถ่ายภาพได้คมชัดด้วยความละเอียดสูง จนสามารถใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีกับผู้ขับขี่ โดยส่งหมายไปดำเนินคดีกับผู้ขับขี่ถึงบ้าน เพราะมีระบบออนไลน์ทั่วประเทศ
ดังนั้น บก.น. จึงขอให้ผู้ขับขี่รถใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด คือไม่เกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อย่าขับเร็วมากเกิน เพื่อลดความเสี่ยงและความรุนแรงในการเกิดอุบัติเหตุ รวมทั้งจะได้ไม่ถูกกล้องตรวจจับออกหมายเรียกมาดำเนินคดีถึงบ้านพักด้วย
ก่อนหน้านี้ การทางพิเศษฯ ได้แจ้งประชาสัมพันธ์เพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่ได้ติดตั้งกล้องจับความเร็วบนทางด่วนบูรพาวิถี และทางด่วนบางพลี-สุขสวัสดิ์ ซึ่งอยู่นอกเขตกรุงเทพมหานครแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ได้ออกหมายเรียกผู้ฝ่าฝืนกฎหมายจราจร มาดำเนินคดีอย่างต่อเนื่องเป็นจำนวนมากแล้ว